SRU Authentication : Login | Logout

alt

คณะนิติศาสตร์ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี สร้าง “สามประสาน” จับมือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรม ให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ชาวสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียง พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือทางคดี คณบดีเผย หากคนในสังคมรู้และรักษากฎหมาย สังคมย่อมสงบสุขและเจริญก้าวหน้า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 ณ อาคารคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยบรรลุข้อตกลงในการร่วมกันให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย

ผศ.สมทรง นุ่มนวล รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เปิดเผยรายละเอียดว่า ทั้งสามหน่วยงานจะร่วมกันให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จัดอบรมให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนทั่วไป พัฒนาฐานข้อมูลกฎหมายชุมชน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น

“การลงนามความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การให้ความช่วยเหลือประชาชนทางด้านกฎหมายและพัฒนาทักษะวิชาชีพที่สนองความต้องการของชุมชนบนหลักการมีส่วนร่วม ในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์พันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งมีหน้าที่ในการรับใช้สังคมผ่านการบริการวิชาการด้วย” ผศ.สมทรงกล่าว

ด้านนายนนทชัย โมรา คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ทั้งสามหน่วยงานยังจะให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือในทางคดี ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย หรือการรับเรื่องราวร้องทุกข์

“สังคมใดที่ประชาชนรู้กฎหมาย เข้าใจ ยอมรับและปฏิบัติตามกฎหมาย มีกระบวนการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง สังคมนั้นก็จะเข้มแข็งและง่ายต่อการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้า คนในชุมชนก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบสุข ลดปัญหาสังคม ประเทศชาติก็มีความมั่นคง ดังนั้นการรู้กฎหมายของคนในสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญและเป็นมาตรวัดความก้าวหน้าของสังคมนั้น ๆ ได้” คณบดีคณะนิติศาสตร์กล่าว

นางกรรณิการ์ ชอินทรวงศ์ ยุติธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การสร้างความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในครั้งนี้จะทำให้เกิดภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งและกว้างไกลยิ่งขึ้น สามารถใช้เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้นำชุมชนและประชาชน รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือทางคดีความแก่ประชาชนทั่วไป



วันวนัทธ์ วรภู รายงาน
สมยศ นุ่นจำนงค์ ถ่ายภาพ