หอประชุมวชิราลงกรณ ศูนย์ประชาสังคมของท้องถิ่น

หลังเปลี่ยนสถานะจาก สถาบัน มาเป็น มหาวิทยาลัย ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเติบโตและพัฒนาอย่างเก้าวกระโดด นักศึกษาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว หอประชุมหลังเดิมที่เคยใช้จัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ พิธีไหว้ครู ปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ปัจฉิมนิเทศผู้สำเร็จการศึกษา ฝึกซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร ฯลฯ ไม่สามารถรองรับจำนวนนักศึกษาเรือนหมื่นได้อีกต่อไป

กอปร กับการที่มหาวิทยาลัยได้ให้บริการวิชาการในวงกว้างมากขึ้น ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ การสร้างหอประชุมหลังใหม่ที่สามารถรองรับการขยายตัวทางวิชาการ ของมหาวิทยาลัยจึงมีความจำเป็นยิ่ง

มหาวิทยาลัยราชัฏสุราษฎร์ธานีจึงก่อสร้างหอประชุมขึ้นใหม่อีกหนึ่งหลัง เป็นอาคารอเนกประสงค์สำหรับใช้สอยเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ทั้งภายในมหาวิทยาลัย ชุมชนท้องถิ่น ภูมิภาค ระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามาใช้บริการเพื่อให้เกิดประโยชน์เต็มตามศักยภาพของหอ ประชุม

หอประชุมดังกล่าวเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการก่อสร้าง จำนวน ๑๔๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท ผู้รับจ้างก่อสร้าง คือ บจก. ๒๗ วิศวกรรมและออกแบบอาคารโดย บริษัท พี เอ็ม ดีไซน์ จำกัด เพื่อให้หอประชุมนี้มีความสมบูรณมากที่สุด มหาวิทยาลัยจังได้จัดงบประมาณตกแต่งภายในเพิ่มเติมในวงเงินประมาณ ๑๐ ล้านบาท

หอประชุมดังกล่าวเป็นหอประชุมทรงศรีวิชัยประยุกต์โดดเด่น คงคุณค่าและความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมศรีวิชัย เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความสูง ๒ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอบประมาณ ๕,๐๐๐ คน นับเป็นหอประชุมที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางที่สุดในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภาคใต้

ชั้นที่ ๑ ประกอบด้วย ลานจอดรถสำหรับรถยนต์ ๑๘๐ คัน และสำนักงานกองพัฒนานักศึกษา


ชั้นที่ ๒ ประกอบด้วย โถงนิทรรศการ ห้องประชุมใหญ่ ความจุขนาด ๕,๐๐๐ ที่นั่ง ห้องสำนักงาน ห้องสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียง ห้องพยาบาล ห้องรับรอง ๑ ห้องรับรอง ๒ ห้องเตรียมปริญญาบัตร และห้องผู้ติดตาม

ชั้นลอย ประกอบด้วย ห้องประทับรับรอง ห้องเปลี่ยนฉลองพระองค์ และห้องเสวย ห้องประชุม ๒๐๐ ที่นั่ง และห้องเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบ ภายหลังหอประชุมสร้างเสร็จ

มหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานีได้มีหนังสือถึงสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ กองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร วังศุโขทัย เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เรื่อง ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเสร็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ มาทรงเปิดหอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีตามวันและเวลาสุดแต่จะทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พร้อมทั้งขอพระราชทานนามหอประชุมดังกล่าวว่า "หอประชุมวชิราลงกรณ"

ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๓ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ กองกิจการในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี แจ้งว่าได้นำความกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงรับเชิญเสด็จฯ ไปในการนี้ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๗.๐๐ น. และพระราชทานนามหอประชุมดังกล่าวว่า "หอประชุมวชิราลงกรณ" ตามที่ขอรับพระมหากรุณาธิคุณ

ที่มา : นิตยสาร เอสอาร์ยู กู๊ด