——————–
เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช บัณฑิตและมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ ผู้แทนพระองค์ ปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ประจำปี 2569 โดยมี ผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท มหาบัณฑิต จำนวน 73 คนและปริญญาตรี บัณฑิต จำนวน 1,994 คน รวมทั้งหมด 2,067 คน โดย มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม อธิการบดี มรส. กล่าวรายงาน นายวิชัย ศรีขวัญ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นำเบิกตัวบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ให้เป็นไปอย่างถูกต้องสมพระเกียรติ ในการมอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา
.
นายวิชัย ศรีขวัญ นายกสภา มรส. กล่าวว่า มหาวิทยาลัยได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษามาเป็นหลักสำคัญในการกำหนดทิศทางการจัดการศึกษา โดยมุ่งสร้างบัณฑิตให้มีทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีอาชีพ มีงานทำ และเป็นพลเมืองดี ควบคู่กับการปฏิบัติพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏในฐานะ “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น”
.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีเชื่อว่า มหาวิทยาลัยในศตวรรษที่ 21 ไม่อาจวัดความสำเร็จเพียงจำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา แต่ต้องวัดจากความสามารถของบัณฑิตในการนำความรู้ไปสร้างคุณค่า และความสามารถของมหาวิทยาลัยในการทำให้ความรู้เปลี่ยนแปลงชีวิตของประชาชนและท้องถิ่นได้จริง
.
ด้วยแนวคิดดังกล่าว มหาวิทยาลัยจึงพัฒนาการจัดการศึกษาให้เชื่อมโยงกับโลกของการทำงานและชีวิตจริง ส่งเสริมการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE โดยร่วมมือกับสถานประกอบการและภาคีเครือข่าย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง มีสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และสามารถเปลี่ยนจาก “ผู้เรียน” ไปสู่ “ผู้ประกอบวิชาชีพ” ได้อย่างมีคุณภาพ
.
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้ส่งเสริม การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Lifelong Learning และระบบ Credit Bank เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถกลับมาเรียนรู้ พัฒนาทักษะใหม่ ยกระดับทักษะเดิม และสะสมผลการเรียนรู้ได้ตามบริบทของชีวิตและการทำงาน รองรับโลกที่ความรู้ เทคโนโลยี และอาชีพเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
.
หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งของการพัฒนานักศึกษาคือแนวคิด “วิศวกรสังคม” ซึ่งมหาวิทยาลัยนำมาใช้เป็นกลไกในการสร้างบัณฑิตให้มีสมรรถนะสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ นักคิด นักสื่อสาร นักประสาน และนักนวัตกร วิศวกรสังคมจึงมิใช่เพียงกิจกรรมเสริมหลักสูตร แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้นักศึกษาเรียนรู้จากปัญหาและสถานการณ์จริง เข้าใจผู้คนและชุมชน สามารถคิดวิเคราะห์บนพื้นฐานของข้อมูล สื่อสารความคิด ทำงานร่วมกับคนที่แตกต่าง และนำองค์ความรู้มาสร้างนวัตกรรมหรือแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม เป้าหมายของมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เพียงสร้าง “คนที่มีปริญญา” แต่ต้องสร้าง “คนที่ใช้ความรู้สร้างการเปลี่ยนแปลง”
.
ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมุ่งเปลี่ยนบทบาทจากการผลิตผลงานวิชาการเพียงเพื่อองค์ความรู้ ไปสู่การนำองค์ความรู้ลงไปทำงานร่วมกับชุมชน ท้องถิ่น ภาคธุรกิจ และภาคีการพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และนำทุนทางทรัพยากร ธรรมชาติ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของพื้นที่มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
.
มหาวิทยาลัยจึงทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน แต่เป็น “กลไกทางปัญญาของพื้นที่” ที่เชื่อมมหาวิทยาลัย นักศึกษา นักวิจัย ชุมชน ภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันค้นหาปัญหา สร้างองค์ความรู้ ทดลองแนวทางใหม่ และขยายผลสิ่งที่ประสบความสำเร็จให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
.
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย หรือ Reinventing University ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมุ่งพัฒนาตนเองในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น โดยใช้พื้นที่เป็นฐานในการเรียนรู้ ใช้โจทย์จริงเป็นห้องเรียน และใช้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนเป็นหนึ่งในเครื่องสะท้อนคุณค่าของมหาวิทยาลัย
.
กล่าวอีกนัยหนึ่ง “ท้องถิ่น” ไม่ได้อยู่ปลายทางของการบริการวิชาการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตบัณฑิต วิจัย และสร้างนวัตกรรมตั้งแต่ต้นทาง การพัฒนาท้องถิ่นกับการจัดการศึกษาจึงมิใช่ภารกิจสองเรื่องที่แยกออกจากกัน นักศึกษาเรียนรู้จากพื้นที่ ขณะที่พื้นที่ได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัย กระบวนการดังกล่าวทำให้การศึกษา การวิจัย และการพัฒนาท้องถิ่นเกิดขึ้นพร้อมกัน และทำให้บัณฑิตเข้าใจทั้งวิชาชีพ ชีวิต และความรับผิดชอบต่อสังคม
.
สำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในครั้งนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งสภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติปริญญา รวมทั้งสิ้น 2,067 คน ประกอบด้วย ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต 1,994 คน และระดับปริญญามหาบัณฑิต 73 คน ซึ่งมิได้สำเร็จเพียงการได้รับปริญญาบัตร แต่มีความสำเร็จไปพร้อมการนำความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม ไปประกอบสัมมาชีพ ดูแลตนเองและครอบครัว รับผิดชอบต่อสังคม และร่วมสร้างความเจริญมั่นคงให้แก่บ้านเมือง
.
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี “สร้างคนด้วยการศึกษา สร้างปัญญาด้วยการวิจัย และสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยพลังของวิศวกรสังคม เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”
———————
นายอดิสรณ์ เนาวโคอักษร/ถ่ายวิดีโอ-รายงาน
#สื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

























